เปิดตำนานการพัฒนาอันน่าอัศจรรย์ของ Internet of Things

บ้านอัจฉริยะ รถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย และเมืองอัจฉริยะ ต่างก็มีสิ่งใดเหมือนกัน? สิ่งที่ไม่ใช่แค่คำศ้พท์เฉพาะที่พูดติดปาก แต่เป็นนวัตกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา Internet of Things (IoT) ด้วยเซ็นเซอร์ล่าสุดและการเชื่อมต่อเครือข่ายที่แพร่หลาย IoT กลายเป็นเทคโนโลยีที่แปลกใหม่ที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เป็นแนวโน้มที่เปลี่ยนวิถีการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการทำงานของเราอย่างต่อเนื่อง


ความคิดริเริ่ม "ระบบสัมผัสและการควบคุม + คิดค้น" ของ omron จะเปลี่ยนอนาคต

อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะว่าเป็นคำพูดของเรา นี่คือตัวอย่างบางส่วนของ Omron และผลต่อการปฏิรูปเปลี่ยนแปลง สร้างความเป็นไปครั้งใหม่ด้านอุตสาหกรรม การดูแลสุขภาพ ความคล่องตัว และสังคม ด้วยนวัตกรรมล่าสุดอย่าง "ระบบสัมผัสและการควบคุม + คิดค้น" ที่ได้เปิดตัวในปีนี้

สู่การผลิตและความยืดหยุ่นระดับสูงสุด

ผู้ผลิตส่วนใหญ่ต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายที่คาดไม่ถึงสามประการ ได้แก่ ประชากรโลกสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการขาดแคลนแรงงานใช้ทักษะตลอดจนความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆของผู้บริโภค ซึ่งต้องการทุกอย่างให้ได้ดั่งใจในทันทีทันใด! โรงงานในปัจจุบันจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับโครงสร้างสายการผลิตอย่างรวดเร็ว และเพิ่มอัตราการผลิตทั่วทุกมุมโลกได้อย่างทันท่วงที ที่ Omron เรามองเห็นจุดเริ่มแห่งยุคสมัยใหม่ "สายการผลิตที่ยืดหยุ่น" จะนำไปสู่การผลิตและความยืดหยุ่นระดับสูงสุด

ในอนาคต หุ่นยนต์และคนงานจะทำงานควบคู่กันได้อย่างลงตัว

ในอนาคต หุ่นยนต์และคนงานจะทำงานควบคู่กันได้อย่างลงตัว

การผสมผสานระบบเซ็นเซอร์กับปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้หุ่นยนต์ลำเลียงอัตโนมัติรุ่นใหม่ทำทุกอย่างที่กล่าวข้างต้นได้ และอีกมากมาย ลองจินตนาการถึงการประสานงานด้วยตัวเองระหว่างหุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ด้วยข้อมูลการผลิตที่รวบรวมเข้าไว้ หุ่นยนต์แต่ละตัวจึงสามารถใช้ความรู้ส่วนนี้ตั้งโปรแกรมตัวเองได้ด้วย ทำให้แนวคิดการเรียนรู้ของเครื่องจักรกลายเป็นจริง

Omron ขยายขอบเขตตามแนวคิด "ระบบการรับรู้ 4M " (4M Sensing) โดยมนุษย์(Man) เครื่องจักร(Machine) วัตถุดิบ(Material) และวิธีการ(Method) ที่ตอบสนองต่อ AI ซึ่งล้วนเป็นการทุ่มเทสำหรับคาดการณ์และป้องกันข้อบกพร่อง รวมทั้งความผิดปกติในการทำงาน ทำให้จำนวนเหตุการณ์ไม่คาดฝันกลายเป็นศูนย์ และสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรในขั้นสูง ระบบการทำงานที่ลดอัตราการหยุดชะงัก ด้วยการตรวจสอบความเหนื่อยล้าของคนงานและเครื่องจักรเพื่อป้องกันความผิดพลาด

อนาคตสดใสปลอดภัยไร้โรค

เทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ ที่จะฉีกทุกกฎของวงการแพทย์ในอนาคต โดยมุ่งเน้นที่การป้องกันโรคแทนการบำบัดรักษาที่ยุ่งยาก ด้วยเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถเชื่อมโยงต่อผู้คนเข้ากับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพตามเวลาจริง ตรวจสอบข้อมูลชีพจรเพื่อหาความผิดปกติ และยิ่งไปกว่านั้น ตรวจหาสัญญาณอันตรายที่อาจเป็นภัยถึงชีวิต ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงที


การวัดความดันโลหิตจากอัตราการเต้นของหัวใจด้วยอุปกรณ์สวมข้อมือ

ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ป้องกัน ที่ใช้ในการผลิตเครื่องวัดความดันโลหิตแบบใช้ในบ้าน จนบัดนี้ Omron ได้สร้างนวัตกรรมระบบตรวจวัดความดันโลหิตจากอัตราการเต้นของหัวใจรูปแบบใหม่ ใช้เซ็นเซอร์แบบวัดความตึงชนิดพิเศษที่ติดตั้งบริเวณข้อมือ ซึ่งตรวจวัดค่าผันผวนของความดันโลหิตต่อเนื่องได้อย่างแม่นยำ ในทุกอัตราการเต้นของหัวใจกว่า 100,00 ครั้งต่อวัน เป้าหมายของเราคือการนำพาโลกเข้าสู่ยุคที่ปราศจากโรคเกี่ยวกับสมอง รวมถึงโรคหัวใจ และหลอดเลือด โดยใช้ข้อมูลตรวจหาปัจจัยที่ผิดปกติก่อนการเกิดโรค

ลดอุบัติเหตุและการจราจรแออัดบนท้องถนน

ในแต่ละปี ผู้คนกว่า 1.25 ล้านคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน โศกนาฏกรรมเหล่านี้ ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงได้ อุบัติเหตุในหลาย ๆ ครั้งพบว่าเกิดจากการที่ผู้ขับขี่มีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมสำหรับการขับรถ ทำให้มีผู้คนจำนวนมากที่เรียกร้องให้มีเทคโนโลยีการขับขี่อย่างปลอดภัยที่ทำงานด้วยระบบอัจฉริยะ ด้วยแรงกระตุ้นนี้ Omron จึงมีการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี "ระบบการรับรู้สมาธิผู้ขับขี่" ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่ผสมผสานเทคโนโลยีการรับรู้ภาพที่มีเอกสิทธิ์เฉพาะเข้ากับ AI วิทยาการล้ำสมัยที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้ง

พร้อมสำหรับระบบการขนส่งที่รวดเร็วและเป็นอิสระแล้วหรือยัง?

พร้อมสำหรับระบบการขนส่งที่รวดเร็วและเป็นอิสระแล้วหรือยัง?

ระบบดังกล่าวสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวที่หลากหลายและสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ พร้อมมีข้อมูลที่มีความสอดคล้อง ผู้ผลิตรถยนต์สามารถสั่งการให้รถยนต์เข้าสู่โหมดขับขี่อัตโนมัติได้เองโดยอัตโนมัติ และนำรถไปยังที่จอดได้อย่างปลอดภัย ความสามารถของระบบขับขี่อิสระที่ปลอดภัยจากการชนได้นั้นมีค่ามากจนเทียบไม่ได้เลยกับบริการที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น เจ้าหน้าที่ต้อนรับทางการแพทย์ และค่าประกันภันรถยนต์เฉพาะบุคคล

เชื่อมต่อและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อสร้างคุณค่าใหม่

มีสุภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า "Knowledge is king" (ความรู้ครองโลก) นี่คือสิ่งที่จุดประกายให้ Omron สร้าง "ตลาดการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีการรับรู้" ที่สามารถแก้ปัญหาเร่งด่วนทางสังคม ลองจินตนาการถึงโลกที่ไม่มีรถติด ซึ่งเป็นไปได้หากเรามีอิทธิพลต่อตารางการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน โดยการสร้างความสอดคล้องของข้อมูลจากระบบเซ็นเซอร์ที่จับตาดูสถานะการใช้บริการในโรงพยาบาล ย่านใจกลางเมือง ห้างสรรพสินค้า และสถานีรถไฟ

แม้ IoT จะกำลังกระตุ้นการใช้ข้อมูล แต่ระบบดังกล่าวก็ยังถูกจำกัดอยู่ในแพลตฟอร์มรายบุคคล แต่ด้วยแพลตฟอร์มแบบเปิดกว้างของเรา แนวคิดที่จะปฏิวัติการใช้ชีวิตจะดำเนินไปโดยธรรมชาติทันทีที่เราแบ่งปันข้อมูลอันชาญฉลาดที่เก็บรวบรวมไว้จากทั่วทุกมุมโลก อีกหนึ่งข้อเสนอสำหรับศูนย์รวมข้อมูลที่เป็นเอกลักษณ์ระบบนี้คือ "Senseek" เทคโนโลยีกรรมสิทธิ์ของ Omron ที่ใช้ในการจับคู่ระหว่างผู้ใช้งานและผู้ให้บริการ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการค้าและการแจกจ่ายข้อมูล

ระบบสัมผัสและการควบคุม + คิดค้น เพื่อความเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมใหม่

ความผิดพลาดต้องเป็นศูนย์ ทุกอย่างเท่าที่จินตนาการได้ ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนไปจนถึงโรงงานจะมีความอัจฉริยะและเชื่อมต่อกันได้ในอนาคตอันใกล้ แนวคิดที่ว่าอุปกรณ์ IoT นับพันล้านชิ้นกำลังจะเปลี่ยนโลกใบนี้คงไม่ไกลเกินจริง Omron ยังคงสานต่อนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะมอบความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คน ระบบสัมผัสและการควบคุม + คิดค้น ประสานอัจฉริยภาพของมนุษย์ไว้ด้วยกัน เปิดประตูสู่อนาคตอันสดใส ซึ่งเราจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของมนุษย์และเผชิญหน้ากับความท้าทายทีมี

เรื่องราวทั้งหมด

เรื่องราวทั้งหมด