โรงงานอัจฉริยะเตรียมผลักดันหุ่นยนต์ให้เป็นปัจจัยการผลิตชั้นแนวหน้าในปี 2018

Commentary by Lieu Yew Fatt, Managing Director, Omron Electronics Singapore

โรงงานอัจฉริยะเตรียมผลักดันหุ่นยนต์ให้เป็นปัจจัยการผลิตชั้นแนวหน้าในปี 2018

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าหนึ่งปีต่อจากนี้เราจะได้เห็นนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์

ผ่านไปกับปี 2017 ที่น่าเหลือเชื่อและเต็มไปด้วยความสำเร็จให้ประจักษ์มากมาย! ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ตีลังกากลับหลังแสดงสีหน้าอารมณ์ชื่นชอบและที่ผมชอบมากที่สุดคือขับกลอนเชกสเปียร์ . มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งมีสัญชาติเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ!

อีกทั้งยังคาดการณ์ว่าจะมีการผลิตหุ่นยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1.7 ล้าน ตัวภายในปี 2020 ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะได้เห็นพวกมันบ่อยมากขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกเรา และในสถานที่ที่คุณคาดไม่ถึง

กองกำลังแขน: แขนจักรกลช่วยทดแทนแรงงานไม่พึงประสงค์

หุ่นยนต์จะมีบทบาทมากขึ้นในการยื่นมือ (หรือแขนจักรกล!) ช่วยทำงานที่ไม่มีใครอยากทำ งานที่ว่านี้เป็นงานที่ผู้ว่าจ้าหาคนมาทำลำบาก เพราะประกอบไปด้วยงานแรงงานไม่พึงประสงค์หรือจำเจ งานเหล่านี้เป็นงานที่น่าเบื่อและเป็นงานที่อันตรายและเสียงเกินไปสำหรับแรงงานมนุษย์

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไปได้สูงที่พวกเราจะเห็นหุ่นยนต์ปฏิบัติงานเคียงคู่กับคน หรือมีการกำกับดูแลหุ่นยนต์เหล่านี้น้อยลงในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตภายในปี 2027.

ระบบคลาวด์ยกระดับประสิทธิผลของหุ่นยนต์ไป

แต่การมีหุ่นยนต์และแขนจักรกลมาช่วยเรามากขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นเรื่องเดียวสำหรับอนาคตของเรา พวกเรามาถึงจุดเปลี่ยนผัน ที่นวัตกรรมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบเชื่อมต่อคลาวด์มาบรรจบกันอย่างเป็นธรรมชาติ

ปัจจุบัน หุ่นยนต์สามารถติดต่อสื่อสารกันและกันอย่างแนบเนียน และเก็บข้อมูลด้วยระบบอัตโนมัติหลายช่องทางมากกว่าแต่ก่อน หุ่นยนต์ติดตั้งด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่เก็บข้อมูลได้มากขึ้น และเข้าใจสิ่งแวดล้อมของพวกมันได้ดีขึ้น และประมวลผลเส้นทางที่รวดเร็วที่สุดไม่ว่าจะเป็นในโรงพยาบาล ร้านอาหาร หรือคลังสินค้า

หมายความว่าพวกมันสามารถปฏิบัติงานได้ต่อเนื่องแม้จะเจอกับสิ่งกีดขวาง เช่นเมื่อมีมนุษย์เดินขวางเส้นทาง พวกมันจะหาเส้นทางใหม่อัตโนมัติเพื่อปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ พวกมันจะกลับไปใช้เส้นทางเดิมที่รวดเร็วที่สุดโดยไม่มีมนุษย์มารบกวนเมื่อไม่มีสิ่งกีดขวางดังกล่าวอีกต่อไป

สิงคโปร์เป็นตลาดที่ผู้บริโภคมีความพร้อมมากขึ้นเพื่อรองรับการปฏิวัติหุ่นยนต์

ผลผลิตของสิงคโปร์เติบโตขึ้นร้อยละ 25.8 ในปี 2017 และมีโครงการริเริ่มจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า 'เมืองแห่งสิงโต' ยังคำรามไปได้อีกนาน อัตโนมัติกรรมจะเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสิงคโปร์ พวกเราได้เห็นกันแล้วในคู่มือ Industry Digital Guide ของ IMDA ที่เปิดเผยวิสัยทัศน์สำหรับการดำเนินงานคลังสินค้าที่ไม่มีคนควบคุมถาวรและรถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ ที่ล้วนแต่เชื่อมโยงกลับไปที่สันหลังของประเทศอัจฉริยะ

เมื่อเรามองออกไปดูสถานการณ์ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศสหรัฐอเมริกา เราจะเห็นว่าภาคส่วนหุ่นยนต์และอัตโนมัติกรรมของสหรัฐฯ ได้สร้างงานใหม่มากถึง 261,000 อัตรา ด้วยภาคการผลิตและการมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย สิงคโปร์กำลังจะได้รับผลประโยชน์ในลักษณะคล้ายกันเพราะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่มีภาครัฐและเอกชนรวมไปถึงสถานบันการศึกษาคอยให้การหล่อเลี้ยง

บทสรุป

ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มงาน การเพิ่มประสิทธิผล หรือการสร้างธุรกิจใหม่ที่ใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีใหม่ ผมมั่นใจว่าคุณต้องเห็นด้วยว่าความสำเร็จของ 2017 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นและพวกเรากำลังจับตาดูว่าบทบาทของหุ่นยนต์จะมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป

เรื่องราวทั้งหมด

เรื่องราวทั้งหมด